วิตามินดีกับภูมิคุ้มกัน: ป้องกันหวัด ไข้หวัดใหญ่ หรือการติดเชื้ออื่นได้หรือไม่

วิตามินดีจำเป็นต่อภูมิคุ้มกัน แต่ไม่รับประกันว่าจะไม่ติดเชื้อ ควรแก้ภาวะขาด ส่วนการกินเกินความต้องการยังไม่พิสูจน์ว่าเพิ่มการป้องกัน
ประเด็นสำคัญ: วิตามินดีช่วยกำกับภูมิคุ้มกัน แต่ไม่ใช่ยารักษาการติดเชื้อหรือสิ่งทดแทนวัคซีน
วิตามินดี ‘เพิ่มภูมิ’ จริงหรือไม่
คำว่า ‘เพิ่มภูมิ’ ง่ายเกินไป ภูมิคุ้มกันต้องกำจัดเชื้อโดยไม่ก่อการอักเสบเกินควร วิตามินดีช่วยรักษาสมดุลนี้ แต่ขนาดมากขึ้นไม่ได้ป้องกันได้ดีกว่าเสมอ [1,2]
วิตามินดีเกี่ยวข้องกับการป้องกันของร่างกายอย่างไร
ภูมิคุ้มกันแต่กำเนิด
เซลล์ภูมิคุ้มกันหลายชนิดมีตัวรับวิตามินดี งานทดลองพบผลต่อแมคโครฟาจ เยื่อกั้น และโปรตีนต้านจุลชีพ กลไกนี้เป็นไปได้ทางชีววิทยา แต่ยังไม่พิสูจน์ว่าการกินเสริมป้องกันโรค [1,2]
ภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะและการอักเสบ
วิตามินดีมีผลต่อทีเซลล์ บีเซลล์ และการอักเสบ จึงถูกศึกษาในโรคติดเชื้อและโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง แต่ผลในห้องทดลองไม่เท่ากับประโยชน์ทางคลินิก
วิตามินดีต่ำกับความเสี่ยงติดเชื้อ
การศึกษาเชิงสังเกตพบวิตามินดีต่ำสัมพันธ์กับการติดเชื้อทางเดินหายใจ แต่ไม่ยืนยันเหตุและผล โรคเรื้อรัง โรคอ้วน การอยู่นอกบ้านน้อย และอาหารอาจเป็นปัจจัยร่วม [2]
การติดเชื้อบ่อยไม่ยืนยันว่าขาดวิตามินดี ควรดูอาการและปัจจัยเสี่ยงในบทความ ภาวะขาดวิตามินดี.
ผลิตภัณฑ์เสริมป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจได้หรือไม่
หวัด ไข้หวัดใหญ่ และการติดเชื้อทางเดินหายใจอื่น
การทบทวนปี 2025 รวม 40 การทดลอง ผู้เข้าร่วม 61,589 คน วิตามินดีไม่ลดการติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลันโดยรวมอย่างชัดเจนเมื่อเทียบยาหลอก (odds ratio 0.94; ช่วงความเชื่อมั่น 95% 0.88–1.00) [4]
ควรแก้ภาวะขาด แต่หลักฐานไม่สนับสนุนขนาดสูงเพื่อป้องกันหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ วัคซีน การล้างมือ และการรักษาที่เหมาะสมยังน่าเชื่อถือกว่า
วิตามินดีรักษา COVID-19 หรือการติดเชื้อที่กำลังเป็นได้หรือไม่
วิตามินดีไม่ใช่ยารักษาหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ NICE ไม่แนะนำให้ใช้รักษา COVID-19 นอกการทดลองทางคลินิก เพราะยังไม่พบประโยชน์ชัดเจน ส่วนภาวะขาดรักษาแยกได้ [5]
หลักฐานเรื่องโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองเป็นอย่างไร
การทดลอง VITAL พบการวินิจฉัยโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองใหม่ลดลงระหว่างช่วงทดลอง แต่ผลไม่คงอยู่อย่างชัดเจนหลังหยุดการสุ่มให้วิตามินดี จึงยังไม่ควรกินเสริมเป็นประจำเพื่อป้องกันโรคกลุ่มนี้ [6]
ใครบ้างอาจต้องประเมินหรือตรวจวิตามินดี
แพทย์อาจตรวจ 25(OH)D เมื่อมีอาการ แดดน้อย ดูดซึมผิดปกติ โรคไต กระดูกพรุน หรือใช้ยาบางชนิด ไม่ควรคัดกรองผู้ใหญ่สุขภาพดีทุกคน และไม่มีระดับ ‘ดีที่สุดสำหรับภูมิคุ้มกัน’ ที่เป็นสากล [1,3]
เกณฑ์อาจต่างกัน อ่านบทความ การตรวจวิตามินดี และปรึกษาบุคลากรสุขภาพ
แนวทางที่ทำได้จริงเพื่อสนับสนุนสุขภาพภูมิคุ้มกัน
- รับสารอาหารตามวัยและสุขภาพ ไม่ไล่ตามค่า ‘ภูมิคุ้มกัน’ ที่ไม่มีหลักฐาน
- เลือกปลา ไข่ และอาหารเสริมวิตามินดี โดยตรวจปริมาณบนฉลาก [7]
- รับแดดอย่างปลอดภัย หลีกเลี่ยงผิวไหม้ และอย่าคิดว่าเขตร้อนรับประกันวิตามินดีเพียงพอ
- เน้นวัคซีนตามคำแนะนำ การนอน การเคลื่อนไหว อาหารสมดุล อากาศถ่ายเท และไม่สูบบุหรี่
อ่านต่อ: อาหารที่มีวิตามินดี, แดดกับวิตามินดีในเขตร้อน และ วิตามินดีกับสุขภาพกระดูก.
ความปลอดภัยและเมื่อใดควรไปพบแพทย์
อย่าใช้ขนาดโหลดซ้ำ ขนาดสูง หรือหลายผลิตภัณฑ์ซ้ำกันโดยไม่มีคำแนะนำ วิตามินดีเกินทำให้แคลเซียมสูง คลื่นไส้ อ่อนแรง สับสน กระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย นิ่ว หรือไตเสียหาย [1]
ขอคำแนะนำเมื่อตั้งครรภ์ ให้นม หรือให้เด็ก แจ้งแพทย์หากมีโรคไต แคลเซียมสูง พาราไทรอยด์ทำงานเกิน ซาร์คอยโดซิส โรคแกรนูโลมา หรือใช้ยาออร์ลิสแตต สเตียรอยด์ หรือยาขับปัสสาวะไทอะไซด์
ไปห้องฉุกเฉินเมื่อหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ปากเขียว สับสน หมดสติ หรือทรุดเร็ว ขอความช่วยเหลือทันทีเมื่อสงสัยว่าได้รับเกินหรือเด็กกลืนผลิตภัณฑ์เสริม
สรุปประเด็นสำคัญ
- วิตามินดีช่วยกำกับภูมิคุ้มกัน ไม่ได้เพียง ‘เพิ่มภูมิ’
- ระดับต่ำอาจสัมพันธ์กับการติดเชื้อ แต่ไม่ยืนยันเหตุและผล
- ผลิตภัณฑ์เสริมยังป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจได้ไม่สม่ำเสมอ
- แก้ภาวะขาดอย่างปลอดภัย แต่ไม่ใช้แทนวัคซีนหรือการรักษา
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์: บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย ใบสั่งยา หรือคำแนะนำเฉพาะบุคคล อย่าเปลี่ยนผลิตภัณฑ์เสริม ยา หรือการรักษาจากบทความนี้ หากอาการรุนแรงหรือสงสัยว่าได้รับเกิน ให้ขอความช่วยเหลือทันที
เอกสารอ้างอิง
- NIH Office of Dietary Supplements. Vitamin D: Fact Sheet for Health Professionals (ปรับปรุง 2025). NIH ODS
- NIH Office of Dietary Supplements. Dietary Supplements for Immune Function and Infectious Diseases: Fact Sheet for Health Professionals (ปรับปรุง 2025). NIH ODS
- Endocrine Society. Vitamin D for the Prevention of Disease: Clinical Practice Guideline (2024). Endocrine Society
- Jolliffe DA et al. Vitamin D supplementation to prevent acute respiratory infections: systematic review and meta-analysis of stratified aggregate data (2025). PubMed
- National Institute for Health and Care Excellence. COVID-19 rapid guideline: managing COVID-19, section 4.12 Vitamin D (คำแนะนำปี 2022; เข้าถึงแนวทางปัจจุบันปี 2026). NICE
- Costenbader KH et al. Vitamin D and Marine n-3 Fatty Acids for Autoimmune Disease Prevention: Outcomes Two Years After Completion of a Double-Blind, Placebo-Controlled Trial (2024). PubMed Central
- สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563. กรมอนามัย
